นโยบายเกี่ยวกับการป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน

และการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (Anti-Money Laundering & Counter Terrorism and Proliferation of Weapon of Mass Destruction Financing (AML/CTPF))




            นโยบายเกี่ยวกับการป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน และการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (Anti-Money Laundering & Counter Terrorism and Proliferation of Weapon of Mass Destruction Financing (AML/CTPF))


            เพื่อให้สอดคล้องตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินพ. ศ. 2542 ประกอบกับพระราชบัญญัติป้องกัน และปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ. ศ. 2559 และกฎกระทรวง เรื่อง การตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า พ. ศ. 2556 ซึ่งได้กำหนด ให้สถาบันการเงิน ต้องกำหนด และดำเนินการตามนโยบาย และระเบียบวิธีการที่เป็นลายลักษณ์อักษร สำหรับการประเมินและบริหารความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน และการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ดังนั้น บริษัท พรีเชียส พลัส จำกัด (“บริษัท”) ซึ่งมีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน และการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า จึงได้กำหนดนโยบายและแนวทางในการปฏิบัติเพื่อรองรับนโยบายในการป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน และการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง โดยบริษัทมีความมุ่งมั่นในการป้องกันมิให้บริษัท เป็นแหล่งฟอกเงิน และสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย โดยบริษัทสนับสนุน และพร้อมปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าว รวมถึงกฎเกณฑ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และแนวทางปฏิบัติที่สำนักงาน ปปง. กำหนดขึ้นอย่างเคร่งครัด


วัตถุประสงค์

            1. เพื่อเป็นแนวปฏิบัติงานด้านการป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน และการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงตามกำหนดของพระราชบัญญัติป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงินรวมถึงข้อกำหนดของกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง

            2. เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องและพนักงานบริษัท มีความรู้ ความเข้าใจอย่างถูกต้อง และเป็นไปในทิศทางเดียวกันในการปฏิบัติตามขอบเขต และข้อกำหนดด้านการป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน และการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง

            3. เพื่อเป็นแนวทางในการบริหารจัดการกระบวนการ และขั้นตอนการปฏิบัติงานภายในองค์กร เกี่ยวกับการรับลูกค้าการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า และการป้องกัน และบริหารความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากกระบวนการฟอกเงินหรือการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ที่ดำเนินการผ่านช่องทางการดำเนินธุรกิจของบริษัท


หน้าที่และความรับผิดชอบในการปฏิบัติตามนโยบาย

            1. คณะกรรมการบริษัท มีหน้าที่พิจารณาให้ความเห็นชอบและอนุมัติแนวนโยบายการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง

            2. คณะผู้บริหารมีหน้าที่ดังต่อไปนี้

                    2.1 จัดทำ และนำเสนอนโยบาย และแนวปฏิบัติที่สอดคล้องกับข้อกำหนดของกฎหมายป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง

                    2.2 กำหนดมาตรการควบคุม และจัดการความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน และการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ช่องทางการทําธุรกรรมผลิตภัณฑ์ หรือบริการต่างๆ ของบริษัท

                    2.3 กำหนดคำสั่งระเบียบ และแนวปฏิบัติงานภายในที่สอดคล้องกับนโยบายว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน และการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทําลายล้างสูงตามแนวทางที่สำนักงานปปง. กำหนดหรือกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้อง

                    2.4 กำหนดผู้บริหารที่มีอำนาจหน้าที่พิจารณาใช้ดุลพินิจ และอนุมัติขั้นตอนการดำเนินงาน ทั้งในกรณีปกติ และกรณีที่ต้องได้รับการกลั่นกรองเป็นพิเศษ ในขั้นตอนการรับลูกค้าการประเมินความเสี่ยงลูกค้า และการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า

                    2.5 กำกับดูแล และตรวจสอบการปฏิบัติงานของพนักงาน ให้เป็นไปตามคำสั่งระเบียบ และแนวปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน และการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงโดยเคร่งครัด

                    2.6 สนับสนุน และส่งเสริมให้พนักงานมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน และการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงอย่างเพียงพอ จนสามารถปฏิบัติงานในกระบวนการรับลูกค้า การบริหารความเสี่ยง และการตรวจสอบ เพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

            3. พนักงานทุกระดับมีหน้าที่ปฏิบัติโดยเคร่งครัดตามคำสั่งระเบียบ และแนวปฏิบัติที่บริษัทกำหนดขึ้นภายใต้นโยบายว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน และการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง


ส่วนที่ 1 นโยบายหลักด้านการป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน และการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง


            บริษัทได้กำหนดให้นโยบายเรื่องการป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน และการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงเป็นนโยบายหลักขององค์กร และมีความสำคัญเท่าๆ กับนโยบายหลักในการดำเนินธุรกิจโดยมุ่งเน้นในการป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน และการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง เพื่อให้มีรูปธรรมที่ชัดเจนในการปฏิบัติให้สอดคล้องตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน และการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง

บริษัทได้กำหนดแนวนโยบาย และมาตรการด้านการป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน และการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงดังนี้

                    1.1 จัดทำนโยบาย และแนวปฏิบัติงานด้านการป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน และการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงขององค์กรเป็นลายลักษณ์อักษรขึ้น นำเสนอขออนุมัติความเห็นชอบต่อคณะกรรมการบริษัท

                    1.2 กำหนดแนวปฏิบัติงานภายในองค์กรเพื่อรองรับนโยบายบริษัท

                    1.3 กำกับดูแล และบริหารจัดการให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิผลตามแนวปฏิบัติที่กำหนดไว้โดยมีผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบที่ชัดเจนในการกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงินการติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานรวมถึงการเป็นศูนย์กลางในการติดต่อประสานงานกับสำนักงานปปง.

                    1.4 จัดอบรมให้ความรู้และความเข้าใจในนโยบาย และแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับลูกค้าการบริหารความเสี่ยง และหลักปฏิบัติตามกระบวนการตรวจสอบ เพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าจนสามารถปฏิบัติงานได้ครบถ้วนถูกต้อง เป็นมาตรฐานหนึ่งในการพัฒนาพนักงานทุกระดับในบริษัท ทั้งนี้ แนวนโยบายที่กำหนดขึ้นจะเป็นหลักปฏิบัติโดยเคร่งครัดของบริษัท


ส่วนที่ 2 นโยบายรองหรือสาระสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการรับลูกค้า ถือเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการตามนโยบายหลักเรื่องการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแต่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงประกอบไปด้วย


                1. การรับลูกค้า

                    เมื่อแรกรับทำธุรกรรมกับลูกค้า หรือผู้ที่ทำธุรกรรมครั้งคราวบริษัทต้องจัดให้มีการแสดงตนเพื่อระบุตัวตน และดำเนินการตรวจสอบพิสูจน์ทราบตัวตนของลูกค้าหรือผู้ที่ทำธุรกรรมครั้งคราว โดยมีขั้นตอนดังนี้

                        1.1 การจัดให้ลูกค้าแสดงตนเมื่อลูกค้าประสงค์จะสร้างความสัมพันธ์ หรือผู้ที่ทำธุรกรรมครั้งคราวประสงค์จะทำธุรกรรมครั้งแรกบริษัท ต้องจัดให้ลูกค้าแจ้งข้อมูลเบื้องต้นตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องวิธีการแสดงตนของลูกค้าสถาบันการเงิน และผู้ประกอบอาชีพตามมาตรา 16

                        1.2 การระบุตัวตนของลูกค้าบริษัท ต้องตรวจสอบข้อมูล และเอกสารการแสดงตนของลูกค้าผู้ที่ทำธุรกรรมเป็นครั้งคราว โดยให้พนักงานผู้มีหน้าที่ติดต่อกับลูกค้าเป็นผู้ตรวจสอบในการใช้ดุลยพินิจที่เหมาะสม ซึ่งการตรวจสอบในขั้นตอนนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ

                                (1) ทราบว่าลูกค้า หรือผู้ที่ทำธุรกรรมเป็นครั้งคราว เป็นบุคคลนิติบุคคลหรือบุคคลที่มีการตกลงกันมีตัวตนอยู่จริงตามกฎหมาย

                                (2) ทราบว่าข้อมูลการแสดงตนที่ได้รับมานั้น เพียงพอต่อการดำเนินกระบวนการบริหารความเสี่ยง

                        1.3 การพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า บริษัทต้องทำการตรวจสอบความครบถ้วนถูกต้องของข้อมูล และหลักฐานการแสดงตนของลูกค้า หรือผู้ที่ทำธุรกรรมเป็นครั้งคราว กับรายชื่อ “ บุคคลที่ถูกกำหนด" ซึ่งเป็นข้อมูลรายชื่อบุคคลคณะบุคคลนิติบุคคลหรือองค์กร ซึ่งมีมติของหรือประกาศภายใต้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ กำหนดให้เป็นผู้ที่มีการกระทำอันเป็นการก่อการร้ายหรือบุคคลที่ศาลมีคำสั่งเป็นบุคคลที่ถูกกำหนด

                        1.4 การอนุมัติรับลูกค้า หรือการปฏิเสธการรับลูกค้า บริษัทจะปฏิเสธการสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจ หรือการทำธุรกรรมกับลูกค้าหากปรากฏข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งอย่างใดดังแสดงไว้ด้านล่างนี้

                                (1) ลูกค้าปกปิดชื่อนามสกุล หรือชื่อ และนามสกุล ที่แท้จริง หรือใช้ชื่อแฝงชื่อปลอม ในการทำธุรกรรม

                                (2) ลูกค้าแจ้งข้อมูลเท็จ หรือแสดงหลักฐานสำคัญเป็นเท็จ

                                (3) การให้ข้อมูล และหลักฐานการแสดงตนของลูกค้าไม่เป็นไปตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องวิธีการแสดงตนของลูกค้าสถาบันการเงิน และผู้ประกอบอาชีพตามมาตรา 16

                                (4) ไม่สามารถตรวจสอบข้อมูล และหลักฐานการแสดงตนได้

                                (5) ตรวจสอบพบว่าลูกค้าผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงของลูกค้า หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมีนัยสำคัญเป็นสมาชิกของคณะบุคคลที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติมีมติ หรือมีประกาศภายใต้มติกำหนดให้เป็นคณะบุคคลที่มีการกระทำอันเป็นการก่อการร้ายซึ่งรัฐบาลไทยได้ประกาศให้ความรับรองมติ หรือประกาศดังกล่าว

                                (6) การรับลูกค้ารายนั้นๆ จะทำให้บริษัทมีความเสี่ยงต่อการฟอกเงิน หรือการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ทั้งนี้ บริษัทจะพิจารณารายงานเป็นธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยต่อสำนักงานปปง. ด้วยกรณีการปฏิเสธมีสาเหตุเนื่องมาจากข้อ 1 ข้อ 2 และข้อ 5


                 2. การตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงของลูกค้า

                    2.1 ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า กับแหล่งข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ เช่น หน่วยงานภาครัฐ องค์กรอื่นที่เชื่อถือได้ เป็นต้น

                    2.2 ตรวจสอบข้อมูลแหล่งที่มาของทรัพย์สิน และเงินทุนของลูกค้าให้ชัดเจนก่อนเปิดบัญชี หรือเริ่มทำธุรกรรมให้เป็นแนวทางเดียวกันกับมาตรฐานสากล เช่น แหล่งที่มาของเงินทุนที่อาจมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับ PEPs เป็นต้น

                    2.3 ในกรณีที่จำเป็นต้องทำธุรกรรมกับลูกค้าที่อยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงจะต้องรายงานให้ผู้บริหารรับทราบเพื่ออนุมัติการทำธุรกรรม

                    2.4 ตรวจสอบ และทบทวนข้อมูลเดิมของลูกค้าให้เป็นปัจจุบันอย่างสม่ำเสมอ หรือในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงของธุรกรรม มีข้อสงสัยว่าจะเป็นการฟอกเงิน มีข้อสงสัยเกี่ยวกับข้อมูลการระบุตัวตนของลูกค้า หรือระบุตัวผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง และจะได้นำข้อมูลที่ได้มาดำเนินการตามมาตรการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสมสำหรับลูกค้าแต่ละรายต่อไป ซึ่งบริษัทจะดำเนินขั้นตอนในการตรวจสอบความเคลื่อนไหวในการทำธุรกรรมนี้ตลอดไปจนกว่าจะยุติความสัมพันธ์


                3. การบริหารความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน และการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง

บริษัทได้กำหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน และการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง เพื่อให้ทราบว่า บริษัทมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นแหล่งฟอกเงิน และสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงเพียงใด และนำผลการบริหารความเสี่ยงนี้ไปใช้เป็นปัจจัยในการบริหารความเสี่ยงสำหรับลูกค้าดังนี้

                    3.1 การบริหารความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน และการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายภาย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงในองค์กร

เพื่อใช้เป็นเครื่องมือหรือข้อมูลในการพิจารณากำหนดมาตรการ และวิธีการในการป้องกันหรือลดความเสี่ยงจากการให้บริษัท เป็นช่องทาง หรือเป็นตัวกลางในการฟอกเงิน และสนับสนุนการก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเพื่อให้เป็นปัจจุบัน โดยการบริหารความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน และการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายภาย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงในองค์กรบริษัทพิจารณากำหนดให้ประเภทผลิตภัณฑ์ / บริการ / ช่องทางการจัดหน่าย / ช่องทางการทำธุรกรรมเพื่อการบริหารความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน และการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงร่วมกับปัจจัยความเสี่ยงอื่นๆ ของลูกค้าเพื่อพิจารณาประกอบความเสี่ยงสำหรับลูกค้าแต่ละราย

                    3.2 การบริหารความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน และการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงสำหรับลูกค้า

บริษัทพิจารณากำหนดให้ผลที่ได้จากการตรวจสอบลูกค้ากับฐานข้อมูลต่างๆ ประเทศ หรือพื้นที่ที่ลูกค้ามีถิ่นที่อยู่แหล่งรายได้การประกอบอาชีพความเป็นบุคคลที่มีสถานภาพทางการเมืองในต่างประเทศ / บุคคลที่มีรายชื่อใน Sanction List หรือรายชื่อที่ได้รับจากหน่วยงานทางการ / ผลการประเมิน และบริหารความเสี่ยงของ FATF ตามรายงานการประเมินความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน และการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายระดับชาติ เป็นการกำหนดระดับความเสี่ยงต่อการฟอกเงินของลูกค้าโดยได้กำหนดปัจจัยการพิจารณาความเสี่ยงของลูกค้าในระดับต่ำปานกลาง และระดับสูงตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไว้

                    3.3 การบริหารความเสี่ยงของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง บริษัทจะจัดให้มีการบริหารความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน และการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการบริหารความเสี่ยงสำหรับลูกค้าจะต้องทำตั้งแต่ขั้นตอนอนุมัติรับลูกค้าไปจนกว่าจะยุติความสัมพันธ์

                4. การรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย

                    4.1 บริษัทกำหนดวิธีการในการรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยต่อสำนักงานปปง. ภายใต้เงื่อนไข และข้อกำหนดของกฎหมายว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน และกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

                    4.2 บริษัทให้ความสำคัญในการพิจารณาเพื่อพัฒนาระบบ หรือวิธีการเพื่อช่วยในการรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยได้ทันท่วงที และสามารถตรวจสอบพบร่องรอยของการทำธุรกรรมที่ผิดปกติหรือน่าสงสัยได้

                    4.3 บริษัทได้มีการกำหนดลักษณะธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยอย่างน้อยตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานปปง. หรือหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องกำหนด

                    4.4 บริษัทจะไม่เปิดเผยข้อมูลเพื่อที่จะทำให้ลูกค้าทราบว่าบริษัทได้รายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยต่อสำนักงานปปง.

                5. การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการตรวจสอบลูกค้าเพื่อป้องกันการฟอกเงิน หรือการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง

บริษัทมีหน้าที่จัดให้มีการเข้าถึงฐานข้อมูลที่ใช้ในการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าตามที่กฎหมายกำหนด เช่น ข้อมูลของบุคคลผู้กระทำความผิดมูลฐาน หรือผู้กระทำความผิดฐานฟอกเงิน รายชื่อบุคคลที่มีสถานภาพทางการเมืองในต่างประเทศ รายชื่อของคณะบุคคลซึ่งมีมติ หรือประกาศภายใต้มติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติกำหนดให้เป็นบุคคลที่มีการกระทำอันเป็นการก่อการร้าย โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน และต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

                6. การเก็บรักษาข้อมูล

                    6.1 บริษัทกำหนดให้มีการจัดเก็บข้อมูลเอกสาร และหลักฐานการแสดงตน หรือเอกสารหลักฐานอื่นใดของลูกค้าตัวแทนคู่ค้าห รือผู้ดำเนินการแทนที่ใช้ในการทำความรู้จักตรวจสอบ เพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าตัวแทนคู่ค้า หรือผู้ดำเนินการแทน

                    6.2 บริษัทกำหนดให้มีการจัดเก็บข้อมูลเอกสาร และหลักฐานเกี่ยวกับการรายงานธุรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน โดยให้จัดเก็บข้อมูลแสดงตนและข้อมูลพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงของลูกค้าเป็นเวลา 10 ปี นับจากวันที่ยุติความสัมพันธ์กับลูกค้า หรือเป็นไปตามระยะเวลาที่จะมีกฎหมายหรือประกาศเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงในอนาคต และจัดเก็บข้อมูลรายงานธุรกรรมเป็นเวลา 5 ปี นับจากวันที่ทาธุรกรรมกับลูกค้า หรือวันที่บันทึกข้อเท็จจริง หรือเป็นไปตามระยะเวลาที่จะมีกฎหมายหรือประกาศเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงในอนาคต

                    6.3 ทั้งนี้ กรณีที่หน่วยงานทางการขอตรวจสอบข้อมูลเอกสาร และหลักฐานตามข้อ 6.1 หรือ 6.2 บริษัทสามารถดำเนินการให้ตรวจสอบได้ตลอดเวลาซึ่งระยะเวลาการจัดเก็บข้อมูลจะต้องสอดคล้องกับนโยบายระเบียบวิธีปฏิบัติของบริษัทและกฎเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง

                7. การฝึกอบรมพนักงาน

                    7.1 บริษัทกำหนดให้มีกระบวนการอบรมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน และการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ก่อนการจ้างงานหรือก่อนการประเมินผลรับเป็นพนักงานตามแนวทางหรือวิธีการที่ฝ่ายบุคคลกำหนด

                    7.2 บริษัทกำหนดให้พนักงานต้องมีความรู้ และเข้ารับการอบรมด้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงอย่างต่อเนื่อง และเป็นไปตามประกาศสำนักงานป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน เพื่อให้มีความเข้าใจ และสามารถปฏิบัติงานในกระบวนการต่าง ๆ ตามที่กฏหมายกำหนดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

                8. การตรวจสอบภายในเกี่ยวกับระบบปฏิบัติการ

เพื่อให้มั่นใจได้ว่าระบบการควบคุมภายในของบริษัทเกี่ยวกับการปฏิบัติงานด้านการป้องกันการฟอกเงิน และการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้วางแนวปฏิบัติไว้ดังนี้

                    8.1 ตรวจสอบความรู้ความเข้าใจของพนักงานผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับกฎหมายกฎเกณฑ์นโยบาย และแนวปฏิบัติด้านการป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน และการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง

                    8.2 ประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานว่าเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดหรือไม่

                    8.3 สุ่มสอบทานการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามนโยบาย และแนวปฏิบัติเพื่อเป็นข้อมูลแก่ผู้บริหารที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของพนักงานในความรับผิดชอบ

                    8.4 ประเมินความเสี่ยงของบริษัทต่อการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายกฎเกณฑ์นโยบาย และแนวปฏิบัติงาน หรือเมื่อพบข้อบกพร่องจากการปฏิบัติงานของพนักงาน หรือกระบวนการทำงาน

                    8.5 ประเมินความรู้ความเข้าใจของพนักงานต่อกฎหมายกฎเกณฑ์นโยบาย และแนวปฏิบัติงานทุกครั้งที่มีการปรับเปลี่ยนกฎหมาย หรือกฎเกณฑ์ของสำนักงานปปง. หรือหน่วยงานกำกับที่เกี่ยวข้อง

                9. การจัดทำพัฒนา และปรับปรุงนโยบาย

เพื่อให้การปฏิบัติตามกฎหมายเรื่องการป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน และการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงเป็นไปอย่างถูกต้อง บริษัทจะทำการติดตามความเปลี่ยนแปลง ทั้งด้านกฎหมาย และประกาศต่างๆ ของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินอย่างสม่ำเสมอ โดยจะนำหลักเกณฑ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงต่างๆ มาพัฒนา และปรับปรุงนโยบายของบริษัท เพื่อให้การปฏิบัติงานของบริษัท สอดคล้องกับกฎหมายให้ได้มากที่สุด

โดยบริษัทได้กำหนดระยะเวลาในการพัฒนา และปรับปรุงนโยบายเรื่องการป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน และการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ให้ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จหลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายที่เกี่ยวข้องภายใน 6 เดือนส่วนในกรณีที่กฎหมายหลักไม่มีการเปลี่ยนแปลงบริษัทจะทำการพิจารณาพัฒนา และปรับปรุงนโยบายทุกๆ 1 ปี


                ทั้งนี้ มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 05 มกราคม 2569



เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy